Select Language : English

Americas

Brazil: English / 日本語 / Português do Brasil
United States: English

Europe, Middle East, Africa (EMEA)

EMEA:
(Belgium, France, Germany, Netherlands, Spain, United Arab Emirates, United Kingdom)
English / 日本語 / Español / Deutsch / Français
Russia: English / 日本語 / русский

Asia Pacific

Japan(Business): English / 日本語
Japan(Residential): English / 日本語
Australia(NTT Com ICT Solutions): English
Mainland China: English / 日本語 / 簡體中文
Hong Kong & Macao: English / 日本語 / 繁体中文 / 簡體中文
India: English / 日本語
Indonesia: English
Korea: English / 日本語 / 한국어
Malaysia: English
Philippines(DTSI): English
Singapore: English / 日本語
Taiwan: English / 日本語 / 繁体中文
Thailand: English / 日本語
Vietnam: English / 日本語

ซีรีส์ : คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

[ Nov 16, 2017 ]

ตอนนี้มีแผนกระบบสารสนเทศเป็นจำนวนมากกำลังกลัดกลุ้มกับการทำงานและต้นทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากระบบในการดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของกิจการ การขยายกิจการทำให้เกิดปัญหาใหม่ อาทิ การควบคุมบริหารระบบIT และการเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย หากแต่ปัญหาที่สำคัญเหล่านี้กลับถูกผัดเลื่อนออกไปพิจารณาที่หลัง ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาใหม่ที่ควรจะจัดการเมื่อบริษัทเติบโตขึ้นในภายหลังไปพร้อมกับดำเนินงานและบำรุงรักษาในแต่ละวัน

ปัญหาที่สร้างความกลัดกลุ้มใจให้กับแผนกระบบสารสนเทศคือ?

ในแผนกระบบสารสนเทศซึ่งกล่าวกันว่าในแต่ละวันมีภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้นและซับซ้อนยิ่งขึ้นนั้น ในความเป็นจริงแล้วต้องเจอกับความจริงเช่นไร เพื่อคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปได้จริงนั้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจถึงสภานการณ์ปัจจุบัน
ในที่นี้ NTT Communications จะเอา “ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม” ที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของแผนกระบบสารสนเทศบริษัทลูกค้ามาแนะนำให้ฟังกัน

ปัญหาหลักที่ทางแผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่คือ?

(การสำรวจของ NTT Communications)

  • ภาระหนักในการดำเนินงานและบำรุงรักษา อาทิ การใช้งานแพตช์(Patch)และเฝ้าสังเกตล็อค(Log)
  • ในบริษัทขาดแคลนวิศวกรที่มีทักษะในการดำเนินงานและบำรุงรักษา
  • การดำเนินงานต้องพึ่งพาบุคลากร ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าพนักงานจะลาออกหรือลาพัก
  • เวลาเกิดปัญหา ต้องแจ้งและจัดสรรเวลากับทางบริษัทเวนเดอร์หลายราย ในการกู้คืนระบบจำเป็นต้องใช้เวลามาก
  • เวนเดอร์รายเดียวทำการดำเนินงานและบำรุงรักษาอยู่หลายปี คุณภาพในการปฏิบัติงานมีแนวโน้มลดต่ำลง
  • เนื้อหาการทำงานซัพพอร์ตระบบของเวนเดอร์และผู้ให้บริการ(Carrier)แตกแยกกันออกไป การกู้คืนเมื่อเกิดความล้มเหลวต้องใช้เวลานาน
  • ทักษะของแผนกระบบสารสนเทศแตกต่างกันออกไปตามเขตภูมิภาค ความผิดพลาดของบุคลากรทำให้เกิดความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดชะงัก
  • ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทรัพยากรบุคคลของแผนกระบบสารสนเทศได้อย่างยืดหยุ่น ตามการขยายหรือลดขนาดกิจการในต่างประเทศ
  • มีงานด้านความช่วยเหลือแผนกผู้ใช้งาน ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานที่ควรทำได้
  • มีภาระหนักในการบริหารจัดการทรัพย์สิน อาทิเช่น ตรวจสอบเวอร์ชั่นของซอฟแวร์เครื่องคอมพิวเตอร์ PC

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสภาพที่แท้จริงของหน้างานก็คือ “แผนกระบบสารสนเทศยังมีบุคลากรไม่เพียงพอแม้จะมีงานมากก็ตาม” “ไม่สามารถฝึกอบรมบุคลากรให้เรียนรู้จนมีทักษะที่เพียงพอได้” “หน้าที่ไปตกอยู่กับเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ และความรู้ก็ไปตกอยู่ที่บุคคลผู้นั้นเท่านั้น”
จากการสำรวจของ IDC บริษัทผู้สำรวจข้อมูลทางด้าน IT โดยเฉพาะรายใหญ่ของอเมริกา ก็ได้ผลการสำรวจเช่นเดียวกัน คำตอบส่วนใหญ่ที่ได้เมื่อบริษัทดังกล่าวถามเกี่ยวกับปัญหาด้านการบริหารดำเนินงานระบบก็คือ “พนักงานมีทักษะไม่เพียงพอ” และนั่นเป็นผลให้มีบริษัทที่เคยประสบความเสียหายและเจอปัญหาที่มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดในการดำเนินงานมากถึง 32%

ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ปัจจุบันของแผนกระบบสารสนเทศ และมองหาหนทางแก้ไขปัญหา

ไม่เพียงแค่การสร้างระบบและดำเนินงานเท่านั้น ผู้รับผิดชอบงานด้านระบบสารสนเทศยังถูกคาดหวังให้รับบทบาทแก้ไขปัญหาในการทำงานอีกด้วย
ซีรีส์นี้ เราจะนำเสนอหนทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันต่าง ๆ ที่ทางแผนกระบบสารสนเทศประสบอยู่ และปัญหาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งไม่ควรจะลืมที่จะจัดการเอาไว้ล่วงหน้า

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม
ปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นไปตามการขยายตัวทางธุรกิจ?

[ครั้งที่ 2] เฝ้าสังเกตเครือข่าย
โดยพื้นฐานแล้วการปฏิบัติงานบริหารดำเนินงานของเครือข่ายนั้นคืออะไร?

[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ (Server Migration)
วิธีสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบที่สามารถตอบสนองรูปแบบทางธุรกิจอันหลากหลายได้อย่างยืดหยุ่นคือ?

[ครั้งที่ 4] Virtualization ของเครือข่าย
วิธีสร้างเครือข่ายที่มีความยืดหยุ่นและการขยายตัวที่ดีได้โดยง่ายและรวดเร็วคือ?

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม

ปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นไปตามการขยายตัวทางธุรกิจ?
การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเครือข่ายนั้น เป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญสำหรับแผนกระบบสารสนเทศ ในครั้งที่ 1 นี้ เราจะอ้างอิงกรณีตัวอย่างของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ ดูปัญหาในการบริหารเครือข่ายที่เกิดความยุ่งยากและซับซ้อนไปตามการขยายตัวทางธุรกิจ พร้อมกับนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่แห่งหนึ่งที่เจริญเติบโตจนขยายฐานธุรกิจภายในประเทศถึงประมาณ 2,700 แห่ง แต่เนื่องจากสถานการณ์ด้านการสื่อสารในประเทศ บริษัทจำเป็นต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารมากกว่า 10 บริษัท เพื่อจัดเตรียมเครือข่ายที่ครอบคลุมฐานธุรกิจทั้งหมด และเนื่องจากผู้ให้บริการด้านการสื่อสารแต่ละรายต้องแยกกันควบคุม บริษัทจึงบริหารจัดการ NOC(Network Operations Center) ด้วยตัวเอง ซึ่งนี่เป็นปัจจัยตัวสำคัญที่เพิ่มภาระในการทำงานของแผนกระบบสารสนเทศ

สถานการณ์ปัจจุบัน:

  • สำนักงานเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตามการขยายตัวทางธุรกิจ จำเป็นต้องใช้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารมากกว่า 10 บริษัทเพื่อเชื่อมโยงสำนักงาน 2,700 แห่งเข้าด้วยกัน
  • บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายเอง ควบคุมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น รับเรื่องการดำเนินงานจากผู้ใช้ หรือบำรุงรักษาแบ็คยาร์ด

ปัญหา:

  • ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการกู้เหตุการณ์หรือIncident(กรณีส่วนใหญ่คือการตัดการสื่อสาร)ที่เกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งในบรรดาผู้ให้บริการเป็นจำนวนมาก
  • พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นครั้งหนึ่ง ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูให้สามารถทำงานตามปกติได้
  • ผู้รับผิดชอบที่มีทักษะสูงก็ต้องมาหมดเวลากับเรื่องนี้

เผชิญหน้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่มีมิติสูงขึ้น ทำการเอาท์ซอรส์งานสาขาเฉพาะด้าน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สิ่งที่บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่แห่งนี้นำเข้ามาใช้ก็คือบริการเอาท์ซอร์สซิ่ง การเอาท์ซอร์สซิ่งทำให้บริษัทสามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศที่ต้องใช้ผู้ให้บริการหลายราย การตัดการสื่อสารที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และการดำเนินการเครือข่ายที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้ในคราวเดียว

เนื้อหาการนำเข้ามาใช้:

  • บริษัททำสัญญากับ “Nexcenter” ศูนย์ข้อมูลของ NTT Communications เพื่อขจัดความยุ่งยากในการควบคุมเครือข่าย Nexcenter มีลักษณะพิเศษที่สำคัญคือ เป็น “แคร์ริเออร์ นิวทรัล” ที่สามารถจัดหาวงจรการสื่อสารของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารจำนวนหลายราย และมีความสามารถในการดำเนินงานที่สามารถบริหารจัดการผู้ให้บริการด้านการสื่อสารได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว
  • ใช้บริการการเฝ้าสังเกตเครือข่ายของ Nexcenter เพื่อจัดระบบเฝ้าสังเกต 24 ชั่วโมง 365 วัน

ผลที่ได้:

  • รวบรวมวงจรการสื่อสารของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารที่บริษัททำสัญญาด้วยมากกว่า 10 บริษัท ลดภาระการทำงานของแผนกระบบสารสนเทศได้ในรวดเดียว
  • การบริหารจัดการแคร์ริเออร์อย่างเป็นหนึ่งเดียวทำให้มีการสำรองวงจรการสื่อสาร แม้จะเกิดภัยพิบัติขึ้นก็มีการเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้ธุรกิจเกิดการหยุดชะงัก
  • บริการเฝ้าสังเกตเครือข่ายของ Nexcenter ให้บริการบำรุงรักษาที่รวมไปถึงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ด้วย จึงทำให้สามารถลดเวลาในการกู้คืนระบบได้เป็นอย่างมาก
  • ด้วยการใช้บริการเอาท์ซอร์สซิ่งภาระกว่าครึ่งที่แผนกระบบสารสนเทศเคยรับผิดชอบเหล่านี้ ทำให้การทำงานของแผนกระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

เอาเวลาที่ได้จากการเอาท์ซอร์สซิ่งไปแก้ไขปัญหาที่ควรจัดการ

จากกรณีศึกษาในครั้งนี้ สิ่งที่แผนกระบบสารสนเทศได้รับไม่ใช่แค่เพียงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น สิ่งที่ผู้จัดการแผนกระบบสารสนเทศรู้สึกยินดีเป็นที่สุดก็คือ การทำให้สามารถมองเห็น TOC (Total Cost Ownership)ได้
บริการเอาท์ซอร์สซิ่งที่ NTT Communications ได้เสนอในข้างต้นนั้น ถูกนำเสนอในรูปแบบที่รวมค่าเครือข่ายภายในประเทศด้วย กล่าวคือ ไม่ว่าความถี่ของเหตุการณ์(Incident) หรือเวลาในการกู้คืนระบบจะมากเท่าไรโดยพื้นฐานก็มีค่าใช้จ่ายเท่ากัน แต่เดิมที่เคยรับผิดชอบภายในบริษัท ทำให้การปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความผันผวนไปในแต่ละเหตุการณ์อยู่ในรูปแบบที่ “สามารถมองเห็นได้”
การที่สามารถมองเห็น TCO ได้นั้น ทำให้รู้ว่า ต้นทุนต่อคุณภาพการบริการมีราคาแพงหรือสมเหตุผลหรือไม่ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ และตัดสินใจด้วยตัวเลขเชิงปริมาณได้ว่า ด้วยงบประมาณที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ ต่อไปจะทำอะไร

เกร็ดความรู้ : ประเทศไทย

หลายบริษัทในประเทศไทยประสบปัญหาจากไฟดับหลายครั้งรวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และในบางครั้งพวกเขาก็ประสบปัญหาระบบเครือข่ายล่ม ซึ่งปัญหาแต่ละครั้งอาจจะกินเวลายาวนานตั้งแต่ 10 นาทีจนถึงมากกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการดำเนินธุรกิจหยุดชะงักและทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

คุณเกรียงศักดิ์ จรูญศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ กล่าว

"บริษัทกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมหลายๆแห่งในประเทศไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับการจัดการระบบเครือข่ายและปัญหาระบบเครือข่ายล่มเพราะขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการระบบเครือข่าย ทั้งนี้ เอ็นทีที คอม ดูแลให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการระบบเครือข่ายให้กับลูกค้าจำนวนมากเพื่อให้การดูแลระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพแก่ลูกค้า และด้วย Bangkok 2 Data Center ของ เอ็นทีที คอม ซึ่งมีนโยบายการให้บริการเครือข่ายที่เป็นกลางทำให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการเครือข่ายที่หลากหลาย หากเกิดระบบเครือข่ายเกิดการเสียหาย ลูกค้าสามารถสลับการใช้งานไปใช้ผู้ให้บริการเครือข่ายอื่นๆได้ ทำให้ไม่ประสบปัญหารการหยุดชะงักในการดำเนินธุรกิจได้"

ไม่ทราบว่าบทความในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ในคราวต่อไปเราจะมาพิจารณากันถึงประเด็นข้างล่าง
[ครั้งที่ 2] เฝ้าสังเกตเครือข่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง
[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย
[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)
[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)
[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในบริษัทด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

Private Cloud สำหรับธุรกิจและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย

ข้อมูลของบริษัทคุณได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยหรือเปล่า?

ใครที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดี?

การควบคุมเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

แชร์และรักษาความปลอดภัยในการทำงานแบบจำลอง 3D ได้อย่างหมดห่วง

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

คอลัมน์ความปลอดภัย

การบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กรด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์

แนวโน้มความปลอดภัยด้าน ICT เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2017 กับการโจมตีแบบใหม่ ภัยคุกคามแบบใหม่ และสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

การออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับยุคใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น

คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม

[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย

[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)

[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)

[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

Back to Top