Select Language : English

Americas

Brazil: English / 日本語 / Português do Brasil
United States: English

Europe, Middle East, Africa (EMEA)

EMEA:
(Belgium, France, Germany, Netherlands, Spain, United Arab Emirates, United Kingdom)
English / 日本語 / Español / Deutsch / Français
Russia: English / 日本語 / русский

Asia Pacific

Japan(Business): English / 日本語
Japan(Residential): English / 日本語
Australia(NTT Com ICT Solutions): English
Mainland China: English / 日本語 / 簡體中文
Hong Kong & Macao: English / 日本語 / 繁体中文 / 簡體中文
India: English / 日本語
Indonesia: English
Korea: English / 日本語 / 한국어
Malaysia: English
Philippines(DTSI): English
Singapore: English / 日本語
Taiwan: English / 日本語 / 繁体中文
Thailand: English / 日本語
Vietnam: English / 日本語

ซีรีส์ : คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข
[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)

[ Jan 25, 2018 ]

การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีความยืดหยุ่นทำให้สามารถปรับเข้ากับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ได้

การสร้างสภาพแวดล้อมของเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สามารถปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
หัวข้อนี้ เป็นครั้งที่สามของซีรีส์ เราจะมาดูกันว่า ควรมีการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของเซิร์ฟเวอร์อย่างไร โดยจะเน้นสิ่งที่ควรพิจารณาในการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์และการใช้ศูนย์ข้อมูล

แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)

จากการสำรวจที่ NTT Communications จัดทำขึ้น การสร้างและจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดในเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นอกจากนี้ลูกค้าก็ยังเผชิญปัญหาอื่น ๆ อาทิ การทำให้สภาพแวดล้อมของระบบเครือข่ายมีความเหมาะสม, การยกระดับความปลอดภัย, การดูแลอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน, มาตรการป้องกันเมื่อเกิดภัยพิภัย, การปรับปรุงสถานที่ และการติดตั้งระบบใหม่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากคำถามที่ว่า “อัตราส่วนของทรัพยากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นเท่าไร?” 31.4% ของผู้ตอบคำถามกล่าวว่า มีการใช้ทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็นคลาวด์และศูนย์ข้อมูล
ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงใช้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในบริษัทของตัวเองและการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ก็มีบทบาทที่สำคัญ

3 ประเด็นสำคัญในการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ – สิ่งที่คาดหวังในการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์

เหมือนเช่นทุกอย่าง ในยุคของเซิร์ฟเวอร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอ เพื่ออัพเกรดและปฏิรูประบบ
แม้ว่าจะมีการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์หลายครั้งในหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ได้ทำได้โดยง่าย
แม้แต่โครงการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์แบบเรียบง่าย และมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีก็อาจจะเกิดปัญหายุ่งยากขึ้นได้
ประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาในเวลาที่วางแผนโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์มีดังต่อไปนี้

  1. การเปลี่ยนแปลง
    การสร้างความเปลี่ยนแปลงในระหว่างการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์มักจะไม่ใช่ความคิดที่ดีและอาจเพิ่มภาระการทำงานขึ้นได้
    การอัพเกรดและการรวมการซ่อมบำรุงที่ตกค้างหรือการพัฒนาจะไปเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนในการจัดการโครงการโยกย้าย
    งานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ควรจัดการให้เสร็จก่อนการโยกย้าย
    ดังนั้นขอให้อัพเดทและทดสอบเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดก่อนที่จะทำการโยกย้าย
  2. กำหนดเวลา
    • การทดสอบ
      ใช้เวลาในการทดสอบให้มาก การมีเวลาในการทดสอบเพิ่มมากขึ้นจะช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหาต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่มีการโยกย้ายได้ อีกทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าใครจะได้รับมอบหมายในการทดสอบ หากคุณเป็นเจ้าของบริการให้พิจารณาดำเนินการทดสอบต่าง ๆ ด้วยตัวเอง การทำเช่นนี้จะช่วยคุณลดโอกาสที่จะมองข้ามปัญหาไปได้
    • เวลาที่จะเปิดระบบอีกครั้ง
      วางแผนว่าเมื่อไรคือเวลาที่ดีที่สุดในการเปิดระบบอีกครั้ง ปรึกษากับผู้ทำงานเพื่อที่จะได้มีคนหรือทีมงานเข้ามาช่วยเหลือหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ ขึ้นในเวลาที่เปิดระบบอีกครั้ง(อาทิ ดาวน์ไทม์ที่ไม่คาดคิด เป็นต้น)
    • การผลัดวันประกันพรุ่ง
      หากเซิร์ฟเวอร์ของคุณล่มหรือมีเหตุที่ชัดเจนพอสำหรับการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ก็ให้ดำเนินการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ การผลัดวันประกันพรุ่งอาจทำให้ปัญหาที่สามารถแก้ไขด้วยการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น วางแผนการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์เมื่อมีความจำเป็น ไม่ควรปล่อยเซิร์ฟเวอร์ทิ้งไว้จนกระทั่งสายเกินไปที่จะทำการโยกย้าย
  3. ต้นทุน
    การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว หากบริษัทไม่มีหรือขาดทรัพยากรที่จะทำการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ ควรจะว่าจ้างผู้ให้บริการมาทำการโยกย้ายให้ ซึ่งก็หมายความว่า การวางแผนด้านค่าใช้จ่ายเอาไว้ล่วงหน้ามีความสำคัญต่อการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์อย่างปลอดภัย คาดการณ์ถึงภาระงานที่ประมาณเอาไว้อย่างสมเหตุสมผลด้วยการวิเคราะห์สถานะของเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบันและการกำหนดค่าของระบบ อย่าทำลัดหรือประเมินราคาต่ำเพื่อลดต้นทุน ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวในการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์มักจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายของการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ที่มีการตั้งงบประมาณเป็นอย่างดี

สิ่งที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลก่อนทำการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์

นอกเหนือจากประเด็นในการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ซึ่งต้องทำในด้านการดำเนินงานแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณา นั่นก็คือ ศูนย์ข้อมูล ก่อนจะทำการโยกย้ายใด ๆ ต้องตรวจสอบยืนยันและพิจารณาเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลตามรายการต่อไปนี้

  1. ความถูกต้องตามกฎหมาย
    การตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากการให้บริการดำเนินไปในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศที่เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ เจ้าของบริการต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศหรือภูมิภาคนั้น ๆ และเนื่องจากแต่ละประเทศมีมาตรฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าศูนย์ข้อมูลปลายทางเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศที่ให้บริการ
  2. ความปลอดภัย
    ตรวจสอบดูว่าศูนย์ข้อมูลดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยที่คาดหวังไว้หรือไม่ พิจารณาชนิดของการวัดความปลอดภัยที่ทำขึ้นและโปรโตคอลในกรณีฉุกเฉินและภัยพิบัติ
  3. การเข้าถึง
    ศูนย์ข้อมูลบางแห่งไม่อนุญาตให้เข้าไปในห้องเซิร์ฟเวอร์เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์ และหากไม่อนุญาตให้เข้าไปก็จำเป็นต้องทำการโยกย้ายทั้งหมดด้วยการเข้าถึงจากระยะไกลที่ต้องมีการเตรียมตัวและอาจจะเพิ่มภาระงานได้ จึงควรตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลด้วย ในกรณีฉุกเฉินคุณอาจจะต้องเข้าไปที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหา
  4. ความจุไฟฟ้า
    หากคุณมีเซิร์ฟเวอร์หลายตัวที่อยู่บนหลายแร็ค คุณอาจจะต้องพิจารณาความจุไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล การจัดสรรเซิร์ฟเวอร์และจำนวนแร็คอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนแอมแปร์ที่ศูนย์ข้อมูลสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
  5. บริการเสริม
    ควรถามศูนย์ข้อมูลอยู่เสมอว่า ในราคาดังกล่าวมีบริการอะไรรวมอยู่และรายการไหนที่เป็นตัวเลือกเสริมบ้าง หากคุณต้องการบริการที่เฉพาะเจาะจงและมาพบในนาทีสุดท้ายว่านั่นเป็นบริการเสริมก็อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าศูนย์ข้อมูลให้การซัพพอร์ตและบริการทั้งหมดที่คุณต้องการ

เซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร แต่หากเซิร์ฟเวอร์ไม่ถูกสร้างอย่างเหมาะสมก็อาจจะก่อให้เกิดภาระที่ไม่จำเป็นในการจัดการการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่ซับซ้อนได้ ต้องทำการตรวจเช็คบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์อยู่เป็นประจำ รวมถึงการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนและส่วนประกอบเก่า แม้หลังการติดตั้งก็ตาม ทั้งนี้หากไม่ได้รับการดูแลในลักษณะที่เหมาะสม อาจจะเกิดความเสี่ยงใหม่ ๆ และค่าใช้จ่ายสูงได้ตลอดเวลา เมื่อทราบแล้วว่าเซิร์ฟเวอร์เป็นส่วนที่สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านเราก็ควรเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ให้มีระดับสูงขึ้น

เกร็ดความรู้ : ประเทศไทย

ในปัจจุบันมีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการย้ายระบบเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร ไปอยู่กับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายนอก ซึ่งการดำเนินการ Migrate ระบบ Server สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีนั้น จะพบกับความท้าทายหลายประการ ตัวอย่างเช่น ความครบถ้วนของข้อมูล ความแตกต่างของระบบต้นทางและระบบปลายทาง เป็นต้น ซึ่งต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินการย้ายระบบเซิร์ฟเวอร์ไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้ประสบปัญหาในการดำเนินการย้ายระบบ และปัญหาข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหลังจากย้ายได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่นั้นต้องหยุดชะงักและทำให้บริษัทขาดความน่าเชื่อถือจากลูกค้า

นายมงคลศักดิ์ ธรรมวิมุตติ ตำแหน่งผู้อำนวยการ แผนก Sales Consulting บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

"สำหรับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ประเทศไทยนั้น เราให้บริการ Colocation และดูแลจัดการการย้ายระบบ Server รวมถึงดูแลระบบเครือข่ายให้กับลูกค้า ซึ่งนอกจากการดูแลการย้ายระบบอย่างมีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลที่สมบูรณ์แล้ว หลังจากที่ลูกค้าได้ย้ายไปอยู่ใน Data Center ของ เอ็นทีที คอม ลูกค้ายังได้ประโยชน์ในการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากศูนย์ข้อมูลได้รับการออกแบบทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบระบายความร้อนให้ลดการใช้พลังงาน อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายอีกด้วย"

Thailand Bangkok 2 Data Center

NTT Communications Thailand ให้บริการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของโคโลเคชั่น (Colocation) รวมถึงการดูแลข้อมูลขององค์กรที่ล้ำสมัยด้วยศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของ NTT Communications
ที่ตั้งที่มีความเสี่ยงต่ำ
Bangkok 2 Data Center ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ห่างจากแม่น้ำที่ใกล้ที่สุด 4 กม. และห่างจากอ่าวไทย 7 กม. เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการประท้วงทางการเมือง
แห่งแรกในประเทศไทย
ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้เป็นศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 9,600 ตารางเมตร (1,500 แร็คโดยประมาณ) ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกมีรูปแบบการติดตั้งแบบ 2N ซึ่งมีระบบสำรองอย่างเต็มรูปแบบ ระบบ UPS และระบบไฟฟ้าสำรองจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบบ 2N และรูปแบบของสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
BCP Annex
ศูนย์ข้อมูลประกอบไปด้วยพื้นที่สำนักงานที่อยู่ภายในอาคารศูนย์ข้อมูล สำหรับให้บริการแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ Business Continuity Plan (BCP) ซึ่ง Bangkok 2 Data Center ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพในระยะทางที่เหมาะสม และเป็นที่ตั้งที่ดีที่สุดสำหรับการวางแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง(BCP)

ไม่ทราบว่าบทความในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ในครั้งหน้าเราจะมาคิดถึงประเด็นปัญหาข้างล่างกัน
[ครั้งที่ 4] Virtualization ของเครือข่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง
[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม
[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย
[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)
[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

ข้อมูลของบริษัทคุณได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยหรือเปล่า?

ใครที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดี?

การควบคุมเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

แชร์และรักษาความปลอดภัยในการทำงานแบบจำลอง 3D ได้อย่างหมดห่วง

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

คอลัมน์ความปลอดภัย

การบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กรด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์

แนวโน้มความปลอดภัยด้าน ICT เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2017 กับการโจมตีแบบใหม่ ภัยคุกคามแบบใหม่ และสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

การออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับยุคใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น

คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม

[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย

[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)

[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)

[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

Back to Top