Select Language : English

Americas

Brazil: English / 日本語 / Português do Brasil
United States: English

Europe, Middle East, Africa (EMEA)

EMEA:
(Belgium, France, Germany, Netherlands, Spain, United Arab Emirates, United Kingdom)
English / 日本語 / Español / Deutsch / Français
Russia: English / 日本語 / русский

Asia Pacific

Japan(Business): English / 日本語
Japan(Residential): English / 日本語
Australia(NTT Com ICT Solutions): English
Mainland China: English / 日本語 / 簡體中文
Hong Kong & Macao: English / 日本語 / 繁体中文 / 簡體中文
India: English / 日本語
Indonesia: English
Korea: English / 日本語 / 한국어
Malaysia: English
Philippines(DTSI): English
Singapore: English / 日本語
Taiwan: English / 日本語 / 繁体中文
Thailand: English / 日本語
Vietnam: English / 日本語

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

[ Jun 4, 2018 ]

ทำไมการประยุกต์ใช้ คลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) จึงเพิ่มขีดความสามารถ และ เสรีภาพ จากการบริหารจัดการระบบ?

"คลาวด์ลูกผสม"(Hybrid Cloud)

การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกยกมาพูดคุยกันมากที่สุดในวงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิธีการบริหารจัดการทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้นส่งผลโดยตรงกับต้นทุนและประสิทธิภาพทางธุรกิจ แน่นอนว่า เจ้าของกิจการไม่ต้องการความไร้ประสิทธิภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีต้นทุนสูงเกินควรซึ่งมักเป็นผลมาจากค่าบำรุงรักษาจำนวนมาก เพื่อเป็นอิสระจากโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขององค์กร องค์กรต่างๆ ได้นำโซลูชั่น บริการโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS), บริการซอฟต์แวร์ (SaaS) และ บริการแพลตฟอร์ม (PaaS) มาใช้เพื่อกำจัดภาระในการบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์ (Server) แม้ว่าบริการเหล่านี้จะมีประโยชน์และสะดวกก็ตาม แต่บางครั้งคุณลักษณะของบริการก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรได้ในทุกด้าน คลาวด์ลูกผสม (Hybrid Cloud) จึงกำเนิดขึ้น การนำด้านดีของทั้งบริการคลาวด์ (Cloud Service) และโครงสร้างพื้นฐานแบบในที่ตั้งองค์กร (On-premise Infrastructure) มาประกอบกันนี้ องค์กรจะสามารถลดต้นทุนที่ไม่ต้องการ และ ความสูญเสียอันไร้ประสิทธิภาพ รวมถึง มีหน้าที่การทำงาน (Function) ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรอย่างครบถ้วน

คลาวด์ลูกผสม (Hybrid Cloud) คืออะไร

คลาวด์ลูกผสม (Hybrid Cloud) คือโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ถูกสร้างขึ้น อันประกอบด้วยคลาวด์ส่วนบุคคลแบบในที่ตั้งองค์กร (On-premise Private Cloud) และ บริการคลาวด์สาธารณะจากจากบุคคลที่สาม (Third-Party Public Cloud Service) ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยระบบเครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network หรือ WAN) โครงสร้างพื้นฐานส่วนบุคคล (private Infrastructure) ถูกสร้างขึ้นในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยใช้ผลิตภัณฑ์เช่น VMware และ OpenStack ส่วนบริการคลาวด์สาธารณะจากจากบุคคลที่สาม (Third-Party Public Cloud Service) ที่พบได้โดยมากนั้นก็ได้แก่ Amazon AWS, Microsoft Azure, Google GCP, Oracle Cloud และอื่น ๆ ในส่วนของการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของคลาวด์ลูกผสมนั้น โดยทั่วไปจะใช้ Cloud Management Platform (CMP) ซึ่งมีความสามารถในการควบคุม (orchestrating) และเฝ้าระวัง (Monitoring) โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดได้จากจุดเดียว

ทำไมจึงต้องใช้คลาวด์ลูกผสม

ด้วยการใช้บริการคลาวด์สาธารณะ บริษัทสามารถกระทำการคำนวณผลต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งยากที่จะกระทำบนโครงสร้างพื้นฐานภายในเพียงอย่างเดียว อีกทั้งคลาวด์ส่วนตัวหรือโครงสร้างพื้นฐานในองค์กรยังจำเป็นต้องได้รับการดูแล ไม่เพียงแค่ฮาร์ดแวดร์ของเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์บนเครือข่าย, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งหมด การจัดการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ต้องการวิศวกรที่มีความชำนาญทางเทคโนโลยีในทุกด้านและรู้ถึงสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นงานหนักและอาจทำให้เกิดภัยพิบัติได้ การมีคลาวด์สาธารณะเป็นทางเลือกทำให้บริษัทสามารถกำจัดภาระทางฟังค์ชั่นบางประการที่ต้องอาศัยเทคนิคสูงและการบำรุงรักษาดูแลคลาวด์สาธารณะ

Pros

  • ความต่อเนื่องทางธุรกิจ, การบริหารความเสี่ยง
    ทรัพยากรคลาวด์สาธารณะสามารถเป็นแบ็คอัพหรือที่เก็บข้อมูลลำดับที่สองของบริการ คลาวด์แบบผสมจะเพิ่มทางเลือกในการวางแผนด้านการจัดการเมื่อเกิดภัยพิบัติและด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจให้แก่บริษัท
  • มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
    ความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม การทดสอบมิดเดิลแวร์หรือโซลูชั่นใหม่นั้นต้องมีการเตรียมตัวและการทำงานอย่างหนัก บริการคลาวด์สาธารณะมีการพัฒนาและการเข้าถึงสิ่งดังกล่าวอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มตัวเลือกทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะทดสอบ
  • ความสามารถในการปรับขนาด
    โซลูชั่นคลาวด์ส่วนตัว อาทิ VMWare, OpenStack เป็นโซลูชั่นที่สามารถปรับขนาดได้ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่ใช้จริง ส่วนประกอบต้องปรับขนาดให้สามารถปลดภาระไปยังคลาวด์สาธารณะและจัดการผ่านทางบริหารจัดการได้ (Portal)
  • เพิ่มความเร็วไปสู่ตลาด
    ข้อดีในเรื่องเวลาการปรับใช้งานที่รวดเร็วของคลาวด์สาธารณะจะเป็นประโยชน์ต่อการย่นเวลาในการเปิดตัวบริการและทำให้บริษัทตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น

Cons

  • ต้องวางแผน ว่าจะจัดการอย่างไร
    การวางแผนเป็นหัวใจสำคัญให้ได้มาซึ่งสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบผสมที่ประสบความสำเร็จ หากไม่มีการวางแผน บริษัทจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต้นทุนที่ไม่คาดคิดและภาระที่กดดันการดำเนินธุรกิจในทุกด้าน
  • ต้นทุน
    โซลูชั่นคลาวด์สาธารณะสามารถปรับตัวได้อย่างสอดคล้อง แต่ก็ต้องเป็นไปตามราคา รูปแบบการกำหนดราคาอาจผันแปรไปตามการบริการและบ้างก็อาจจะมีราคาสูงกว่าที่คาดไว้ การเฝ้าสังเกตต้นทุนและทรัพยากรเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดต้นทุนที่ไม่พึงประสงค์
  • หนี้สิน, การหยุดชะงัก, ค่าเสื่อมราคา, หมดอายุการใช้งาน
    สามารถกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์จากภายนอก เมื่อจะใช้โซลูชั่นภายนอก อาทิ SaaS, PaaS หรือ IaaS หากเป็นไปได้ควรตรวจสอบแผนการ, รอบในการเผยแพร่และนโยบายการเผยแพร่ ความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดีจะช่วยในการเตรียมแผนสำรองสำหรับดำเนินการในเวลาที่บริการดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป
  • ความปลอดภัย
    การมีสภาพแวดล้อมสองแบบ ทั้งแบบส่วนตัวและแบบสาธารณะอยู่รวมกันนั้น หมายความว่าบริษัทต้องดูแลทั้งสองโครงสร้างพื้นฐานและการต่อเชื่อมระหว่างกัน ด้วยระบบบริหารจัดการ (Portal) และโซลูชั่นการจัดการอื่น ๆ อาจช่วยแบ่งเบาภาระงานบางอย่าง แต่ก็ยังคงมีงานบางส่วนที่จะต้องดูแล อาทิ การรับรอง, กฎนโยบายผู้ใช้และนโยบายการต่อเชื่อมเครือข่าย และอื่น ๆ จะรักษาความปลอดภัยของระบบอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการทางด้านความปลอดภัยของบริษัท

NTT Communications นำเสนออะไร
ศูนย์ข้อมูลของ NTT Communications เสนอการเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลกับคลาวด์สาธารณะ บริการระบบเครือข่ายบริเวณกว้าง(WAN)ต่อเชื่อมศูนย์ข้อมูลเข้ากับคลาวด์สาธารณะภายใต้โซลูชั่น SD-WAN ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเริ่มดำเนินการสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลของ NTT Communications ยังเป็น Cloud-ready และมีบริการต่างๆ ที่ช่วยในการซัพพอร์ตการสร้างคลาวด์ส่วนตัวไปจนถึงการผสานรวมเข้ากับคลาวด์สาธารณะ

เกร็ดความรู้ : ประเทศไทย

นายธนวัฒน์ วิวัฒน์พาณิชย์,
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการแผนกผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด

"ปัจจุบันองค์กรหันมาใช้บริการคลาวด์จากหลากหลายผู้ให้บริการมากขึ้น หลายๆองค์กรใช้บริการคลาวด์จากมากกว่าหนึ่งผู้ให้บริการ การเชื่อมต่อคลาวด์ ของหลายผู้ให้บริการเป็นระบบเน็ตเวิร์คเดียวกันให้ทุกๆ แอพพลิเคชั่นขององค์กรเชื่อมต่อกันได้ โดยยังสามารถควบคุมคุณภาพและระบบความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ พร้อมทั้งบริหารจัดการแบบองค์รวมได้นั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งบริการไฮบริดคราวด์ของ เอ็นทีที เป็นการให้บริการการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพทั้งด้านความปลอดภัยและความเร็วในการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้และมีระบบบริหารจัดการแบบองค์รวมนั้นสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในข้อนี้"

บริการที่เกี่ยวขัอง

บริการคลาวด์แบบผสม

Enterprise Cloud ของเรารวมเอาคลาวด์แบบส่วนบุคคล, แบบผู้เช่าหลายราย, OpenStack และ คลาวด์ภายนอกเข้าด้วยกันด้วย SDN-enabled Agile Network Mapping ระดับสูง

Cloud Management Platform(CMP)

Cloud Management Platform(CMP)ให้บริการทัศนวิสัยที่เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบหลากหลาย/ผสม ด้วยเมนูบริการต่าง ๆ

ข้อมูลของบริษัทคุณได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยหรือเปล่า?

ใครที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดี?

การควบคุมเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

แชร์และรักษาความปลอดภัยในการทำงานแบบจำลอง 3D ได้อย่างหมดห่วง

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

คอลัมน์ความปลอดภัย

การบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กรด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์

แนวโน้มความปลอดภัยด้าน ICT เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2017 กับการโจมตีแบบใหม่ ภัยคุกคามแบบใหม่ และสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

การออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับยุคใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น

คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม

[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย

[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)

[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)

[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

Back to Top