Select Language : English

Americas

Brazil: English / 日本語 / Português do Brasil
United States: English

Europe, Middle East, Africa (EMEA)

EMEA:
(Belgium, France, Germany, Netherlands, Spain, United Arab Emirates, United Kingdom)
English / 日本語 / Español / Deutsch / Français
Russia: English / 日本語 / русский

Asia Pacific

Japan(Business): English / 日本語
Japan(Residential): English / 日本語
Australia(NTT Com ICT Solutions): English
Mainland China: English / 日本語 / 簡體中文
Hong Kong & Macao: English / 日本語 / 繁体中文 / 簡體中文
India: English / 日本語
Indonesia: English
Korea: English / 日本語 / 한국어
Malaysia: English
Philippines(DTSI): English
Singapore: English / 日本語
Taiwan: English / 日本語 / 繁体中文
Thailand: English / 日本語
Vietnam: English / 日本語

การควบคุมเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

[ Aug 9, 2018 ]

ในยุคสมัยนี้ การมีเครือข่ายที่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานบนระบบหรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในการดำเนินธุรกิจ เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเผชิญปัญหาการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่ล่าช้าและไม่มีเสถียรภาพอย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีความพร้อมทางเทคโนโลยี รวมถึงสภาพแวดล้อม อุปกรณ์เครื่องมือที่ดีและรวดเร็วกว่า แต่ก็ยังประสบปัญหาความล่าช้าของเครือข่าย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? อะไรคือสาเหตุ? และมีโซลูชั่นสำหรับแก้ไขปัญหานี้หรือไม่?

ยุคไฮบริด

ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Private Data Center, Shared Data Center, ระบบเดิมที่อยู่ภายในองค์กร(On-Premises System), เครือข่ายสัญญาณเชื่อมต่อระหว่างสำนักงาน, Public Cloud, Private Cloud, บริการคลาวด์ และบริการอื่นๆอีกมากมาย ในการดำเนินธุรกิจ ต้องประสานการทำงานของโซลูชั่นเหล่านี้เพื่อช่วยดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศต้องหาวิธีบริหารจัดการโซลูชั่นต่างๆมาใช้ เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Management Platform(CMP), Software-defined Network (SDN), และอื่น ๆ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ อาทิ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, การเชื่อมต่อคลาวด์โดยตรง, การเชื่อมต่อในสำนักงานท้องถิ่น, เครือข่ายท้องถิ่น(LAN) และเครือข่ายบริเวณกว้าง(WAN)

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา

สำหรับ Business intelligence solutions มักจะมีการกระจายข้อมูลไปเก็บไว้หลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ระบบ ERP จัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูล, อุปกรณ์ BI จัดเก็บไว้ในPublic cloud และบางกลุ่มข้อมูลก็อยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงาน อีกทั้งการเชื่อมต่อจากเครือข่ายสำนักงานไปที่แต่ละโซลูชั่นก็ดูเหมือนว่าจะรวดเร็วเพียงพอสำหรับการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้พบว่าระบบข้อมูลทั้งหมดไม่ประสานสอดคล้องไปตามกันหรือบางครั้งก็รู้สึกว่าการแสดงค่าบนอุปกรณ์ BI มีความล่าช้าอยู่เล็กน้อย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น:

การใช้ระบบเชื่อมต่อจำนวนมากผ่านเครือข่ายที่หลากหลายทำให้การเชื่อมต่อทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนก่อนที่จะไปถึงระบบปลายทาง ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกเครือข่ายจะมีแบนด์วิธที่ดี หรือมีการเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วได้ตามที่ต้องการเสมอไป

ภายในเครือข่าย Private Cloud แม้ว่าจะมีการรับประกันคุณภาพทุกการเชื่อมต่อระหว่างบริการที่ความเร็ว 1 Gbps แต่เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับบริการภายนอกเช่นโซลูชั่นที่อยู่บน Public Cloud ความสามารถในการเชื่อมต่อจะลดลงไปเหลือเพียง 10Mbps และไม่มีการรับประกันความผันผวนที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานเมื่อมีการเชื่อมต่อออกไปยังระบบอินเตอร์เน็ต นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาคอขวดในสภาพแวดล้อมเครือข่ายและเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งสมรรถภาพโดยรวมของระบบการทำงานให้ตกต่ำลง

ปัญหานี้แก้ไขได้!:

การเข้าถึงข้อมูลแบบเกือบจะเรียลไทม์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ แต่หากว่าประสิทธิภาพเครือข่ายที่ลดต่ำลงอย่างไม่คาดคิดอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายต่อประสิทธิภาพของระบบและมีหลายกรณีที่ทำให้ธุรกิจเกิดการหยุดชะงักขึ้น การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ไม่เสถียร ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในด้านโครงสร้างของระบบไอที จนเป็นสาเหตุของความตึงเครียดในการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว NTT Communications(Thailand) ได้นำเสนอโซลูชั่นเพื่อการเชื่อมต่อโดยตรงไปที่ศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ที่เรียกว่า SD-Exchange โดย NTT Com ร่วมกับบริษัท Megaport Inc. เพื่อนำเสนอโซลูชั่นนี้ที่จะทำให้เกิดอิสระในการทำงาน ลดข้อจำกัดด้านเครือข่ายและเพิ่มเสถียรภาพให้แก่ธุรกิจ

การเปรียบเทียบความล่าช้าในการเข้าถึง จากประเทศไทยไปยัง ภูมิภาค AWS/Azure SG Region (มิลลิวินาที)

SD-Exchange ที่ NTT Communications (Thailand) ให้บริการคืออะไร:

SD-Exchange คือ โซลูชั่น SDN นวัตกรรมใหม่ที่รับประกันคุณภาพในการเชื่อมต่อและเสถียรภาพและรับรองโดย ข้อตกลงมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement :SLA) โดย SD-Exchange สามารถปรับใช้ได้กับผู้ให้บริการ Public Cloud รายใหญ่ เช่น Microsoft, AWS, Google, IBM, Oracle และ อื่น ๆ รวมถึงการเชื่อมต่อเข้ากับศูนย์ข้อมูลกว่า 200 แห่งทั่วโลก การใช้ SD-Exchange นั้น จะผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงแบบเสมือนของ Megaportไปยังผู้ให้บริการCloud เพื่อรับประกันการเชื่อมต่อตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง นอกจากนี้ระบบการจัดการ SDN ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงแบนด์วิธและตำแหน่งของการเชื่อมต่อได้ในทันทีอีกด้วย

NTT Com และ Megaport Alliance ภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

เกร็ดความรู้ : ประเทศไทย

นายมาซาโตชิ ซึโบอิ, รองกรรมการผู้จัดการสายงานด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ศูนย์ข้อมูล แผนกพัฒนาธุรกิจ และที่ปรึกษาทางการขาย บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด

เราเชื่อว่าปัจจัยการเติบโตที่สำคัญของแอพพลิเคชั่นบน Cloud-bases และโซลูชันระบบไฮบริดคลาวด์ขององค์กรธุรกิจในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้งาน SD-Exchange Service เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในวันนี้โลกธุรกิจกำลังจะทรานซฟอร์มเข้าสู่ระบบดิจิทัล โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญที่สุดคือความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งนี้ บริการ SD-Exchange ได้ผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เข้าด้วยกัน รวมถึงมีข้อได้เปรียบด้วยบริการที่เหนือชั้นกว่า ในการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำจากทั่วโลกผ่านเครือข่าย Megaport ช่วยให้การเข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดายและยืดหยุ่นได้ตามความต้องการเพื่อเชื่อมต่อกับมัลติคลาวด์โซลูชั่นได้อย่างคล่องตัวและสะดวกรวดเร็ว

บริการที่เกี่ยวข้อง

พอร์ตโฟลิโอบริการ SD-WAN

เขตสัญญาณบริการ SD-WAN ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคุลมกว่า 190 ประเทศ ด้วยพอร์ตโฟลิโอบริการ SD-WAN จากต้นทางจนถึงปลายทางที่ครอบคลุมมากที่สุดในวงการอุตสาหกรรม

บริการ Hybrid Cloud

Enterprise Cloud ของเราสามารถทำงานร่วมกับ Private Cloud, Public Cloud, OpenStack และ ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นด้วย SDN-enabled Agile Network Mapping ระดับสูง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ระบบเครือข่ายเสมือนจริง

ซีรีส์ : คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

คลาวด์ลูกผสม

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

Private Cloud สำหรับธุรกิจและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย

ข้อมูลของบริษัทคุณได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยหรือเปล่า?

ใครที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดี?

การควบคุมเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ

แชร์และรักษาความปลอดภัยในการทำงานแบบจำลอง 3D ได้อย่างหมดห่วง

การกำจัดขอบเขตของการบริหารจัดการ = เพิ่มประสิทธิภาพ

คอลัมน์ความปลอดภัย

การบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กรด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์

แนวโน้มความปลอดภัยด้าน ICT เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2017 กับการโจมตีแบบใหม่ ภัยคุกคามแบบใหม่ และสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

การออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับยุคใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น

คิดถึงปัญหาที่แผนกระบบสารสนเทศแบกรับอยู่และแนวทางแก้ไข

[ครั้งที่ 1] ทำให้เครือข่ายเกิดความเหมาะสม

[ครั้งที่ 2] การดูแลระบบเครือข่าย

[ครั้งที่ 3] การโยกย้ายเซิร์ฟเวอร์(Server Migration)

[ครั้งที่ 4] ระบบเครือข่ายเสมือนจริง (Network Virtualization)

[ครั้งที่ 5] แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

Back to Top